Level 4: สัญญาณชี้นำและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
(Leading Indicators)

________________________

________________________

สรุป Level 4: สัญญาณชี้นำและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Leading Indicators)

หัวใจสำคัญของ Level นี้คือ: "อ่านเกมให้ขาด รู้ล่วงหน้าก่อนที่ GDP จะออก" 🔮

1. ISM Manufacturing PMI (ภาคการผลิต)

  • คืออะไร: ผลสำรวจ "ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ" ของโรงงานว่า "เดือนหน้าจะสั่งวัตถุดิบเพิ่มไหม?" (ดูที่เลข 50 เป็นเกณฑ์: เกิน 50 = ดี)

  • เปรียบเทียบ: เหมือน "ต้นน้ำ" 🌊 หรือ "ไม้ขีดไฟก้านแรก" ก่อนที่ไฟจะลาม โรงงานต้องเริ่มขยับก่อนเพื่อน

  • หน้าที่: เป็น สัญญาณเตือนภัยที่เร็วที่สุด ถ้าโรงงานหยุดสั่งของ แปลว่าเศรษฐกิจกำลังจะชะลอตัว (รู้ก่อน GDP ออกเป็นเดือน)

2. ISM Non-Manufacturing / Service PMI (ภาคบริการ)

  • คืออะไร: ผลสำรวจธุรกิจที่ "ไม่ได้ผลิตของ" (โรงแรม, ร้านอาหาร, ธนาคาร, ขนส่ง) ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

  • เปรียบเทียบ: เหมือน "เนื้อหนังและเลือดลม" 💪 ของเศรษฐกิจ เพราะกินสัดส่วนถึง 80% ของประเทศ

  • หน้าที่: ยืนยันความแข็งแกร่งของ "ไลฟ์สไตล์คน" ถ้าตัวนี้ยังดี แสดงว่าคนยังมีเงินกินเที่ยว เศรษฐกิจยังไม่พังง่ายๆ

3. Retail Sales (ยอดค้าปลีก)

  • คืออะไร: ยอดขายรวมที่เกิดขึ้นจริงตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้า (ใบเสร็จรับเงินที่ตอกย้ำการซื้อ)

  • เปรียบเทียบ: เหมือน "เครื่องคิดเงิน" 🏪 ที่ดัง กริ๊งๆ!

  • หน้าที่: เป็น "หลักฐานมัดตัว" ว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือไม่ (เพราะ GDP โตได้ด้วยการบริโภค) และเป็นตัวสะท้อนเงินเฟ้อทางอ้อม (คนแย่งกันซื้อ = ของแพง)

4. Housing Price Index (ดัชนีราคาบ้าน)

  • คืออะไร: ตัวเลขติดตามราคาซื้อขายบ้าน ว่าแพงขึ้นหรือถูกลง

  • เปรียบเทียบ: เหมือน "มาตรวัดความรวย" 🏠 (Wealth Effect) เพราะบ้านคือทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่สุดของคน

  • หน้าที่: บอกสุขภาพทางการเงินระยะยาว

    • ถ้าราคาบ้านขึ้น = คนรู้สึกรวย กล้าใช้เงิน

    • ถ้าราคาบ้านลง = คนรู้สึกจน ประหยัดเงิน (และบอกว่าดอกเบี้ยเริ่มทำงานแล้ว)

🔮 ลำดับการมองเห็นภาพ (The Sequence):

  1. PMI (โรงงาน/บริการ) มาก่อน: ผู้จัดการสั่งของเตรียมไว้ขาย

  2. Retail Sales ตามมา: ของวางขายปุ๊บ คนมาซื้อจริงไหม? (ดูยอดขาย)

  3. Housing ปิดท้าย: พอคนรวยขึ้น เศรษฐกิจดี ก็กล้ากู้ซื้อบ้าน (ราคาบ้านพุ่ง) 🏠📈