10.ISM Manufacturing PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ คืออะไร?
MACRO ECONOMIC INDICATORS
5/8/20241 min read


ISM Manufacturing PMI คืออะไร?
PMI ย่อมาจาก Purchasing Managers' Index (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) ISM คือชื่อสถาบันที่จัดทำ (Institute for Supply Management) ของสหรัฐฯ
◾ความหมายแบบชาวบ้าน: มันคือผลสำรวจที่ไปถาม "ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ" (คนสั่งของ) ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศว่า "เดือนหน้า คุณจะสั่งวัตถุดิบเพิ่มไหม?"
❓ทำไมต้องถามคนนี้: เพราะก่อนที่โรงงานจะผลิตสินค้าออกมาขายได้ ต้องมีคนสั่งเหล็ก สั่งพลาสติก สั่งชิป เข้ามาก่อน
◾คนนี้แหละครับที่ "รู้เป็นคนแรก" ว่ายอดขายเดือนหน้าจะดีหรือไม่ดี (รู้ก่อนเจ้าของบริษัท รู้ก่อนรัฐบาลประกาศ GDP ซะอีก)
วิธีอ่านค่า (กฎเหล็กเลข 50)
◾PMI มีตัวเลขวิเศษคือ "50" ครับ จำแค่นี้พอ:
📈 เกิน 50 (เช่น 52, 55): เศรษฐกิจขยายตัว (Expansion)
โรงงานสั่งของเพิ่ม = การผลิตคึกคัก = เศรษฐกิจดี
📉 ต่ำกว่า 50 (เช่น 48, 45): เศรษฐกิจหดตัว (Contraction)
โรงงานลดการสั่งของ = การผลิตซบเซา = เศรษฐกิจแย่
เท่ากับ 50: ทรงตัว (เหมือนเดือนที่แล้ว)
สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง? (ทำไมเขาถึงสั่งของเพิ่ม/ลด?)
◾ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจะดูจาก 5 ปัจจัยหลักครับ:
คำสั่งซื้อใหม่ (New Orders): ลูกค้าโทรมาจองของล่วงหน้าเยอะไหม? (สำคัญสุด)
การผลิต (Production): เครื่องจักรเดินเครื่องเต็มที่หรือเปล่า?
การจ้างงาน (Employment): รับคนงานเพิ่มไหม?
การส่งของ (Supplier Deliveries): รถส่งของมาช้าไหม? (ถ้าช้า แปลว่าคนแย่งกันสั่งของเยอะ = เศรษฐกิจดี)
สินค้าคงคลัง (Inventories): ของเหลือเต็มโกดังไหม? (ถ้าเหลือเยอะ ก็ไม่สั่งเพิ่ม)
มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจ?
◾นี่คือ "สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า" (Leading Indicator) เบอร์ 1 ของโลกครับ
รู้ก่อนรวยก่อน: ข้อมูลนี้บอกเทรดเดอร์ว่า "GDP ไตรมาสหน้าจะเป็นยังไง"
ผลกระทบ:
ถ้า PMI สูงเกิน 50 (และดีกว่าคาด): นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจแกร่ง -> USD แข็งค่า / หุ้นขึ้น / ทองลง
ถ้า PMI ต่ำกว่า 50 (ต่ำกว่าคาด): นักลงทุนกลัวเศรษฐกิจถดถอย (Recession) -> USD อ่อนค่า / ทองพุ่ง (หนีตาย)
________________________________
________________________________
________________________________
🔗Reference : Gemini
ยินดีต้อนรับสู่ Level 4: สัญญาณชี้นำ (Leading Signals) ครับ!
ใน Level ที่ผ่านมา เราดู GDP (อดีต), เงินเฟ้อ (ปัจจุบัน), และ การจ้างงาน (ผลลัพธ์) ไปแล้ว... แต่ใน Level 4 นี้ เราจะมาดูเครื่องมือที่เปรียบเสมือน "ลูกแก้วพยากรณ์" 🔮 ที่ทำนายอนาคตเศรษฐกิจได้แม่นยำที่สุด
________________________________
ยกตัวอย่างเรื่องราว: "ร้านเค้กป้าสมศรี" 🍰
◾เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองมอง ประเทศสหรัฐฯ เป็น "ร้านเค้กขนาดยักษ์"
ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ: คือ "ลูกจ้างที่ทำหน้าที่ไปเดินตลาดซื้อแป้งซื้อไข่"
นักข่าว (ISM): เดินไปสัมภาษณ์ลูกจ้างคนนี้ที่หน้าตลาด
สถานการณ์ A: เศรษฐกิจดี (PMI > 50)
ลูกจ้างบอก: "เดือนนี้ป้าสมศรีสั่งให้ผมซื้อแป้งเพิ่ม 2 เท่า ซื้อไข่เพิ่ม 30 แผง เพราะมีลูกค้าโทรมาจองเค้กปีใหม่เพียบเลย!"
สรุป: เค้กยังไม่อบ เงินยังไม่เข้ากระเป๋า แต่เรารู้แล้วว่า "เดือนหน้าป้าสมศรีรวยแน่" (หุ้นป้าสมศรีน่าซื้อ)
สถานการณ์ B: เศรษฐกิจแย่ (PMI < 50)
ลูกจ้างบอก: "เดือนนี้ป้าให้ลดงบซื้อของลงครึ่งนึง แป้งเก่าก็ยังเหลือเต็มร้าน ลูกค้าเงียบมาก"
สรุป: เรารู้ทันทีว่า "เดือนหน้ายอดขายตกแน่" (รีบขายหุ้นป้าสมศรีทิ้งก่อนงบออก)
________________________________
________________________________
อื่นๆ เพิ่มเติมที่ควรต้องรู้ (Pro Tips) 💡
วันประกาศ: ประกาศทุก "วันทำการแรกของเดือน" (เช่น วันที่ 1 หรือ 3 ของเดือน) เวลา 21:00 น. หรือ 22:00 น.
ISM vs S&P Global: คุณอาจจะเห็นข่าวคำว่า "Manufacturing PMI" จากค่าย S&P Global ด้วย แต่สำหรับสหรัฐฯ ให้เชื่อค่าย ISM (Institute for Supply Management) เป็นหลักครับ เพราะขลังกว่าและกราฟวิ่งแรงกว่า
ภาคการผลิตสำคัญขนาดไหน?: แม้โรงงานในสหรัฐฯ จะน้อยลงกว่าเมื่อก่อน แต่ภาคการผลิตเป็นจุดที่ "อ่อนไหว" ต่อเศรษฐกิจที่สุด ถ้าเศรษฐกิจจะพัง โรงงานจะโดนก่อนเพื่อนครับ
