ทำไมการเรียนรู้ในด้านการลงทุน ถึงน่าปวดหัวและสับสน?

เล่าประสบการณ์ระบายความคิดและความรู้สึก ที่ปวดหัวและสับสน

TEDDY INVESTOR

5/22/20251 min read

________________________________

💭จากที่คิดว่า "เงินหาง่าย" แค่การนั่งเทรดสบายๆ สุดท้ายโดนตลาด "ตบหน้า" ให้ตื่นมามองดูโลกความเป็นจริง

1.บทนำ: กับดักภาพลวงตา

สารภาพตามตรงเลยนะ... ย้อนกลับไปตอนที่ผมเริ่มก้าวขาเข้ามาในโลกการเทรดใหม่ๆ ภาพในหัวนี่แบบ ยืนโปรยเงินบนเรือยอร์ช แบบในหนัง The Wolf of Wall Street เลยครับ 🤭

ตอนนั้นคิดว่า เทรดเดอร์นี่แหละคือหนทางรวยแบบง่ายๆ แค่มีคอม มีเน็ต เปิดกราฟ ดูแท่งเทียน แล้วก็กด ซื้อๆ ขายๆ ก็รวยแล้ว ไม่ต้องไปตากแดดหรือทำอะไรใช้แรงเลย
...แต่พอทำจริงแล้ว นั้นแหละ "พอร์ตแตก" ถึงเริ่มต้นจะไม่ใช่เงินเยอะก็จริง แต่ก็ทำให้ใจสั่น แล้วเกิดความเครียดได้ไม่เบาเลยจริงๆ

2. จุดเจ็บปวด: ยิ่งเรียน ยิ่งหลงทาง ยิ่งเหมือนวนอยู่ในอ่าง

"ความจริงที่ผมเจอคือ 'การขาดทุนต่อเนื่อง' โคตรบั่นทอนจิตใจ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ 'หรือเรายังรู้ไม่พอ?' ผมเลยแก้ปัญหาด้วยวิธีที่หลายๆคนทำกัน คือการ 'วิ่งหาความรู้' ผมลงเรียนคอร์สต่างๆ ศึกษาทุกเทคนิค ทุกวิธีการที่เขาว่าดี ที่โชว์กำไร ไม่ว่าจะเป็น Indicator เช่น MA RSI Sto, Supply Demand, POI, RBR-DBD-RBD-DBR, SMC, Price Action, Grid, Price Structure, Technical Analysis แม้กระทั่งใช้ Bot จาก EA และอื่นๆอีกมากมาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนเดิม คือ "พอร์ตไม่โต พอร์ตแตก" เพราะอะไรละ เพราะหลายๆอย่างที่พูดมาผมก็รู้มันแค่เปลือกเท่านั้น

สิ่งที่แย่ที่สุด: สภาพจิตใจที่แย่ลง ขาดความมั่นใจ ไม่อยากคุยกับใคร กระทบกับความสัมพันธ์รอบข้าง รวมถึงสูญเสียการโฟกัสของงานที่เป็นแหล่งรายได้หลัก

สุดท้ายผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจัง: 'คนที่เขาสำเร็จจริงๆ เขาทำกันยังไง? เขามีความลับอะไรที่เรายังไม่รู้?'"

3. การค้นพบความเป็นจริง:

"พอผมเริ่มถอยออกมามองภาพกว้าง และเริ่มศึกษาแบบเจาะลึกจริงๆ ผมถึงได้เข้าใจว่า 'การลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องของการเทรด' มันได้มีแค่ที่กล่าวไปในก่อนหน้า แต่มันมีทั้ง

  • Fundamental (พื้นฐานกิจการ หรือสินค้า)

  • Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)

  • Money Management (การบริหารหน้าตัก)

  • และที่สำคัญที่สุดคือ Psychology (จิตวิทยาการลงทุน) หรือถ้าให้แปลแบบที่ผมเข้าใจก็คือ "วิธีการคิดกับเรื่องนั้นๆที่เรากำลังทำอยู่"

💭บทความนี้ผมอยากมา ระบายความคิดและความรู้สึก ที่ปวดหัวและสับสน ตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาเทรด จนถึงจุดที่ต้องศึกษาและทดลองอย่างต่อเนื่อง

4. ทำไมต้องเป็น Blog นี้?

"ความสับสนนี้เอง คือที่มาของ TeddyInvestor และเป้าหมายการเขียนบทความอย่างน้อยวันละ 1 บทความของผม ผมไม่ได้เขียนเพราะผมเก่งแล้ว แต่ผมเขียนเพื่อ 'จัดระเบียบความคิด' ของตัวเอง ผมค้นพบว่า การแค่อ่านหรือฟัง มันผ่านไปแล้วก็ลืม แต่การต้องสรุปออกมาเป็นตัวอักษร มันคือการบังคับให้สมองกลั่นกรองสิ่งที่ 'รู้' ให้กลายเป็นสิ่งที่ 'เข้าใจ' จริงๆ

สารภาพตามตรงแม้บางอย่างจะยังไม่เข้าใจมันดีทั้งหมด แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้กลับมาทบทวนซ้ำ เพื่อที่จะต่อยอดต่อไปได้

ดังนั้น พื้นที่ตรงนี้อาจไม่ใช่คัมภีร์ของเซียนหุ้น แต่คือ 'สมุดจดการเดินทาง' ของนักลงทุนคนหนึ่งที่กำลังพยายามต่อจิ๊กซอว์ความรู้ทีละชิ้น เพื่อเปลี่ยนความสับสน ให้กลายเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง... และผมหวังว่าบันทึกเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนนักลงทุนที่กำลังหลงทางเหมือนกับผมครับ"

________________________________
________________________________