The Art Of Trading - 📚สรุปเนื้อหาบทที่ 4: ชำแหละกลยุทธ์เทคนิคการปั้นพอร์ตจับเงินล้าน
The Art Of Trading ศิลปะเก็งกำไร
TRADE FOREX ให้เหมือนทำธุรกิจTHE ART OF TRADING


📚สรุปเนื้อหาบทที่ 4: ชำแหละกลยุทธ์เทคนิคการปั้นพอร์ตจับเงินล้าน
บทที่ 4: สูตรลับ "พอร์ตอมตะ" และ "พอร์ตนักล่า"
ในบทนี้ เราจะเปลี่ยนจากภาคทฤษฎีมาลงมือทำจริง โดยแบ่งเงินของเราออกเป็น 2 กระเป๋า คือ "กระเป๋าหลัก (เน้นปลอดภัย)" และ "กระเป๋ารอง (เน้นซิ่งทำกำไร)"
➡️ส่วนที่ 1: กลยุทธ์ "พอร์ตหลัก" (พอร์ตอมตะ)
เป้าหมาย: ทำยังไงก็ได้ให้เงินต้นไม่หาย และผลิตดอกผลออกมาเรื่อยๆ เหมือนการเลี้ยงไก่ไว้กินไข่
🐻1. หัวใจคือ "การซื้อสด ไม่กู้เพิ่ม" (Leverage 1:1) ปกติการเทรด Forex หรือ Future คือการวางมัดจำแล้วยืมเงินมาเทรด (Leverage) ทำให้รวยเร็วและเจ๊งเร็ว แต่ในพอร์ตหลัก เราจะเล่นแบบ "เศรษฐีเงินสด" ครับ
หลักการ: สมมติคุณซื้อทองคำ 1 บาท ถ้าทองราคาตก คุณก็ยังมีทอง 1 บาทเท่าเดิม ไม่โดนยึด (พอร์ตไม่แตก) เว้นแต่ราคาทองจะกลายเป็น 0 บาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้
ไม่คัทลอส (No Stop Loss): เมื่อเราคำนวณเงินมาดีแล้วว่าพอร์ตทนได้จนถึงราคาเป็น 0 เราก็ไม่ต้องกลัวกราฟลากติดลบ เพราะเดี๋ยวราคามันก็แกว่งกลับมา เราแค่รอจังหวะเก็บกำไรเข้ากระเป๋า
🐻2. วิธีคำนวณเงิน (รู้ราคาก่อนช้อปปิ้ง) ก่อนจะซื้อของต้องรู้ราคาเต็มของมันก่อนครับ
สูตรลับ: ราคาตลาด × ขนาดสินค้า = เงินที่ต้องมีจริงๆ
ตัวอย่าง (ทองคำ): สมมติทองราคา 2,000 และ 1 สัญญา (Lot) ขนาดมาตรฐานคือ 100 ออนซ์
มูลค่าจริง = 2,000 × 100 = 200,000 USD
ถ้าคุณมีทุน 20,000 USD คุณซื้อได้สูงสุดแค่ 0.1 Lot เท่านั้น (ห้ามเกินนี้เด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยแบบ 1:1)
เทคนิคกระจายความเสี่ยง: แทนที่จะซื้อตูมเดียว 0.1 Lot ให้ซอยย่อยเป็นไม้ละ 0.01 Lot จำนวน 10 ไม้ เพื่อดักรอราคาในโซนต่างๆ ไม่ต้องมานั่งเดาว่าจุดไหนแม่นสุด
🐻3. เลือกสินค้าที่ "ฆ่าไม่ตาย" ห้ามเอาวิธีนี้ไปใช้กับเหรียญซิ่งหรือหุ้นปั่นแปะเด็ดขาด ต้องเลือกสินค้าที่โลกต้องการและไม่มีวันมูลค่าเป็น 0 เช่น:
ทองคำ: ผ่านไปกี่พันปีก็ยังมีค่า
น้ำมัน: โลกยังต้องใช้พลังงาน
ดัชนีหุ้นใหญ่ (Index): สะท้อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
➡️ส่วนที่ 2: กลยุทธ์ "พอร์ตรอง" (พอร์ตนักล่า)
เป้าหมาย: เอากำไร (ไข่ไก่) จากพอร์ตหลัก มาซิ่งในบ่อนคาสิโน ถ้าเสียก็แค่เสียกำไร แต่ถ้าได้คือกำไรก้อนโต
🐻1. เทคนิค "แยกกำไรไปซิ่ง" (Port = Stop Loss)
เมื่อพอร์ตหลัก (โรงงานผลิตเงิน) ทำกำไรได้ (เช่น 100 เหรียญ) "ห้าม" เอาไปทบต้นในพอร์ตเดิมค แต่ให้ "แยก" โอนไปไว้อีกพอร์ตทันที เพื่อเปลี่ยนสถานะเงินก้อนนั้นให้เป็น "กระสุนสำหรับล่าเหยื่อ"
แนวคิด (Concept): ปกติเวลาเราเทรด เรามักจะกลัวเสียเงินต้น ทำให้ไม่กล้าถือออเดอร์ยาวๆ หรือไม่กล้าเข้าจุดสวยๆ แต่ถ้าเราใช้ "เงินกำไร 100%" มาเล่น ความกลัวเราจะหายไป
ความได้เปรียบ (The Edge):
ใช้พอร์ตเป็นจุดตัดขาดทุน: แทนที่จะตั้ง Stop Loss ในกราฟแล้วโดนกราฟสะบัดกินฟรี ให้เรามองว่า "เงิน 100 เหรียญที่โอนมา คือความเสี่ยงสูงสุด"
ถ้าผิดทาง: ก็แค่พอร์ตนี้แตก (เสียแค่กำไร เงินต้นหลักยังอยู่ครบ)
ถ้าถูกทาง: เนื่องจากเรา "ไร้ใจ" (ไม่กลัวเสีย) เราจะกล้าถือทำกำไรคำใหญ่ (Run Trend) ได้ไกลกว่าปกติ หรือกล้าเข้าในจุดที่ได้เปรียบมากๆ ซึ่งนี่แหละคือเคล็ดลับที่ทำให้พอร์ตโตแบบก้าวกระโดด
🐻2. เทคนิค "ตายแล้วเกิดใหม่" (Multiple Bullets) อย่าเอาไข่ไก่ทั้งตะกร้าไปเทในครั้งเดียว
สมมติมีกำไรมา 2,000 เหรียญ ให้แบ่งเป็น 4 กอง (กองละ 500)
กองที่ 1 ดันพลาดท่าพอร์ตแตก: ไม่เป็นไร ยังเหลืออีก 3 กอง (3 ชีวิต) ให้แก้ตัว
วิธีนี้เรียกว่า Port = Stop Loss คือยอมเสียเงินทั้งก้อนในพอร์ตรองนั้นๆ แทนการตั้งจุดตัดขาดทุนในกราฟ
🐻3. เลือกจังหวะเข้าแบบ "หนังยาง" (Valuation) อย่าดูกราฟมั่วซั่ว ให้ดูความ "ตึง" ของราคา
ตัวอย่าง ค่าเงินบาท: ปกติวิ่ง 31-36 บาท
ถ้ามันพุ่งไป 37 บาท (ตึงจัด/แพงเวอร์): ให้ดัก Sell เหมือนดึงหนังยางจนสุด เดี๋ยวมันต้องดีดกลับ
ถ้ามันร่วงไป 30 บาท (หย่อนจัด/ถูกเวอร์): ให้ดัก Buy
การเล่นที่จุด Extreme แบบนี้ มีโอกาสชนะสูงมาก เพราะราคามักจะวิ่งกลับหาค่าเฉลี่ยเสมอ
🔑สรุปใจความสำคัญ (Key Takeaway)
พอร์ตหลัก (โรงงาน): ห้ามโลภ! ถือคติ "มีเงินเท่าไหร่ซื้อเท่านั้น" (Leverage 1:1) เน้นสินค้าอมตะ (ทอง/น้ำมัน) เพื่อปั๊มกำไรออกมาเรื่อยๆ อย่างปลอดภัย
พอร์ตรอง (หน่วยล่าสังหาร): เอา "กำไร" มาเล่น แล้วรอจังหวะราคา "ถูกสุดๆ" หรือ "แพงสุดๆ" ค่อยกดออเดอร์หนักๆ
