The Art Of Trading - 📚สรุปเนื้อหาบทที่ 4: ชำแหละกลยุทธ์เทคนิคการปั้นพอร์ตจับเงินล้าน

The Art Of Trading ศิลปะเก็งกำไร

TRADE FOREX ให้เหมือนทำธุรกิจTHE ART OF TRADING

5/19/20241 min read

📚สรุปเนื้อหาบทที่ 4: ชำแหละกลยุทธ์เทคนิคการปั้นพอร์ตจับเงินล้าน

บทที่ 4: สูตรลับ "พอร์ตอมตะ" และ "พอร์ตนักล่า"

ในบทนี้ เราจะเปลี่ยนจากภาคทฤษฎีมาลงมือทำจริง โดยแบ่งเงินของเราออกเป็น 2 กระเป๋า คือ "กระเป๋าหลัก (เน้นปลอดภัย)" และ "กระเป๋ารอง (เน้นซิ่งทำกำไร)"

➡️ส่วนที่ 1: กลยุทธ์ "พอร์ตหลัก" (พอร์ตอมตะ)

เป้าหมาย: ทำยังไงก็ได้ให้เงินต้นไม่หาย และผลิตดอกผลออกมาเรื่อยๆ เหมือนการเลี้ยงไก่ไว้กินไข่

🐻1. หัวใจคือ "การซื้อสด ไม่กู้เพิ่ม" (Leverage 1:1) ปกติการเทรด Forex หรือ Future คือการวางมัดจำแล้วยืมเงินมาเทรด (Leverage) ทำให้รวยเร็วและเจ๊งเร็ว แต่ในพอร์ตหลัก เราจะเล่นแบบ "เศรษฐีเงินสด" ครับ

  • หลักการ: สมมติคุณซื้อทองคำ 1 บาท ถ้าทองราคาตก คุณก็ยังมีทอง 1 บาทเท่าเดิม ไม่โดนยึด (พอร์ตไม่แตก) เว้นแต่ราคาทองจะกลายเป็น 0 บาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้

  • ไม่คัทลอส (No Stop Loss): เมื่อเราคำนวณเงินมาดีแล้วว่าพอร์ตทนได้จนถึงราคาเป็น 0 เราก็ไม่ต้องกลัวกราฟลากติดลบ เพราะเดี๋ยวราคามันก็แกว่งกลับมา เราแค่รอจังหวะเก็บกำไรเข้ากระเป๋า

🐻2. วิธีคำนวณเงิน (รู้ราคาก่อนช้อปปิ้ง) ก่อนจะซื้อของต้องรู้ราคาเต็มของมันก่อนครับ

  • สูตรลับ: ราคาตลาด × ขนาดสินค้า = เงินที่ต้องมีจริงๆ

  • ตัวอย่าง (ทองคำ): สมมติทองราคา 2,000 และ 1 สัญญา (Lot) ขนาดมาตรฐานคือ 100 ออนซ์

    • มูลค่าจริง = 2,000 × 100 = 200,000 USD

    • ถ้าคุณมีทุน 20,000 USD คุณซื้อได้สูงสุดแค่ 0.1 Lot เท่านั้น (ห้ามเกินนี้เด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยแบบ 1:1)

    • เทคนิคกระจายความเสี่ยง: แทนที่จะซื้อตูมเดียว 0.1 Lot ให้ซอยย่อยเป็นไม้ละ 0.01 Lot จำนวน 10 ไม้ เพื่อดักรอราคาในโซนต่างๆ ไม่ต้องมานั่งเดาว่าจุดไหนแม่นสุด

🐻3. เลือกสินค้าที่ "ฆ่าไม่ตาย" ห้ามเอาวิธีนี้ไปใช้กับเหรียญซิ่งหรือหุ้นปั่นแปะเด็ดขาด ต้องเลือกสินค้าที่โลกต้องการและไม่มีวันมูลค่าเป็น 0 เช่น:

  • ทองคำ: ผ่านไปกี่พันปีก็ยังมีค่า

  • น้ำมัน: โลกยังต้องใช้พลังงาน

  • ดัชนีหุ้นใหญ่ (Index): สะท้อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ

➡️ส่วนที่ 2: กลยุทธ์ "พอร์ตรอง" (พอร์ตนักล่า)

เป้าหมาย: เอากำไร (ไข่ไก่) จากพอร์ตหลัก มาซิ่งในบ่อนคาสิโน ถ้าเสียก็แค่เสียกำไร แต่ถ้าได้คือกำไรก้อนโต

🐻1. เทคนิค "แยกกำไรไปซิ่ง" (Port = Stop Loss)

เมื่อพอร์ตหลัก (โรงงานผลิตเงิน) ทำกำไรได้ (เช่น 100 เหรียญ) "ห้าม" เอาไปทบต้นในพอร์ตเดิมค แต่ให้ "แยก" โอนไปไว้อีกพอร์ตทันที เพื่อเปลี่ยนสถานะเงินก้อนนั้นให้เป็น "กระสุนสำหรับล่าเหยื่อ"

  • แนวคิด (Concept): ปกติเวลาเราเทรด เรามักจะกลัวเสียเงินต้น ทำให้ไม่กล้าถือออเดอร์ยาวๆ หรือไม่กล้าเข้าจุดสวยๆ แต่ถ้าเราใช้ "เงินกำไร 100%" มาเล่น ความกลัวเราจะหายไป

  • ความได้เปรียบ (The Edge):

    • ใช้พอร์ตเป็นจุดตัดขาดทุน: แทนที่จะตั้ง Stop Loss ในกราฟแล้วโดนกราฟสะบัดกินฟรี ให้เรามองว่า "เงิน 100 เหรียญที่โอนมา คือความเสี่ยงสูงสุด"

    • ถ้าผิดทาง: ก็แค่พอร์ตนี้แตก (เสียแค่กำไร เงินต้นหลักยังอยู่ครบ)

    • ถ้าถูกทาง: เนื่องจากเรา "ไร้ใจ" (ไม่กลัวเสีย) เราจะกล้าถือทำกำไรคำใหญ่ (Run Trend) ได้ไกลกว่าปกติ หรือกล้าเข้าในจุดที่ได้เปรียบมากๆ ซึ่งนี่แหละคือเคล็ดลับที่ทำให้พอร์ตโตแบบก้าวกระโดด

🐻2. เทคนิค "ตายแล้วเกิดใหม่" (Multiple Bullets) อย่าเอาไข่ไก่ทั้งตะกร้าไปเทในครั้งเดียว

  • สมมติมีกำไรมา 2,000 เหรียญ ให้แบ่งเป็น 4 กอง (กองละ 500)

  • กองที่ 1 ดันพลาดท่าพอร์ตแตก: ไม่เป็นไร ยังเหลืออีก 3 กอง (3 ชีวิต) ให้แก้ตัว

  • วิธีนี้เรียกว่า Port = Stop Loss คือยอมเสียเงินทั้งก้อนในพอร์ตรองนั้นๆ แทนการตั้งจุดตัดขาดทุนในกราฟ

🐻3. เลือกจังหวะเข้าแบบ "หนังยาง" (Valuation) อย่าดูกราฟมั่วซั่ว ให้ดูความ "ตึง" ของราคา

  • ตัวอย่าง ค่าเงินบาท: ปกติวิ่ง 31-36 บาท

    • ถ้ามันพุ่งไป 37 บาท (ตึงจัด/แพงเวอร์): ให้ดัก Sell เหมือนดึงหนังยางจนสุด เดี๋ยวมันต้องดีดกลับ

    • ถ้ามันร่วงไป 30 บาท (หย่อนจัด/ถูกเวอร์): ให้ดัก Buy

  • การเล่นที่จุด Extreme แบบนี้ มีโอกาสชนะสูงมาก เพราะราคามักจะวิ่งกลับหาค่าเฉลี่ยเสมอ

🔑สรุปใจความสำคัญ (Key Takeaway)

พอร์ตหลัก (โรงงาน): ห้ามโลภ! ถือคติ "มีเงินเท่าไหร่ซื้อเท่านั้น" (Leverage 1:1) เน้นสินค้าอมตะ (ทอง/น้ำมัน) เพื่อปั๊มกำไรออกมาเรื่อยๆ อย่างปลอดภัย

พอร์ตรอง (หน่วยล่าสังหาร): เอา "กำไร" มาเล่น แล้วรอจังหวะราคา "ถูกสุดๆ" หรือ "แพงสุดๆ" ค่อยกดออเดอร์หนักๆ

________________________________________________