EP.9: ทางหนีทีไล่ (Exit Strategies) - เมื่อแผนแตก เราจะหนียังไง? 🏃💨

TEDDY INVESTORGRID TRADING

2/16/20261 min read

มาถึง EP.9 แล้วครับ! ใกล้จบซีรีส์แล้ว 🎉 ใน EP.8 เราเรียนรู้วิธีใส่เกราะ (MM) ไปแล้ว แต่ในสงครามจริง บางทีข้าศึกก็มาเยอะเกินกว่าเกราะจะรับไหว
เมื่อกราฟทุบลงมาอย่างรุนแรงจน "หลุดกรอบล่าง" (Breakout Downside) ที่เราวางแผนไว้... เราจะหยุดซื้อเพิ่ม (หรือบางคนบอทอาจจะยังซื้อต่อจนพอร์ตแดงเดือด)

วินาทีนั้นแหละครับ คือช่วงเวลาวัดใจ! เราจะทำยังไงกับ "ดอย" ก้อนนี้ดี? (แต่ตามหลักที่ถูกต้องคือ เราต้องคิดรอไว้ก่อนที่จะเข้าไปเทรด หรือก่อนที่มันจะเกิด)

หมีสรุป 3 ทางหนีทีไล่ (Exit Strategies) ยอดฮิต มาให้เลือกใช้ตามจริตของแต่ละคนครับ

________________________________

EP.9: ทางหนีทีไล่ (Exit Strategies) - เมื่อแผนแตก เราจะหนียังไง? 🏃💨

สถานการณ์: ราคาทุบทะลุพื้น (Lower Limit) ลงไปแล้ว ตอนนี้เราถือของเต็มมือ และขาดทุน (Floating Loss) แดงเถือก

________________________________
________________________________

ทางเลือกที่ 1: ยอมตัดแขนรักษาชีวิต (Stop Loss: SL) ✂️

เหมาะสำหรับ: มือใหม่, ทุนน้อย, หรือคนที่ไม่ชอบนอนผวา

นี่คือวิธีที่ "เจ็บที่สุด" ในตอนกด แต่ "ปลอดภัยที่สุด" ในระยะยาวครับ

  • วิธีการ: ตั้งค่าไว้เลยว่า ถ้าราคาหลุดเส้นล่างสุดไปกี่ % (เช่น 2-5%) ให้ระบบ "ขายทิ้งทุกไม้ทันที" (Close All Positions)

  • ข้อดี:

    • จบปัญหาทันที: ไม่ต้องมานั่งเครียด ไม่ต้องเติมเงิน ไม่ต้องลุ้น

    • รักษาเงินต้น: แม้จะขาดทุนไปบ้าง (เช่น 20-30%) แต่เรายังมีเงินก้อนใหญ่เหลือไว้เริ่มเกมใหม่

  • ข้อเสีย:

    • เสียดาย: ถ้าราคามันลงไปกิน Stop Loss แล้วเด้งกลับขึ้นมาทันที (เจ็บใจมาก!)

🐻 คำแนะนำ: ถ้าคุณคำนวณ MM มาไม่ดี หรือเงินทุนจำกัด "อาจจะต้องเลือกข้อนี้" ครับ อย่าฝืนสู้!

ทางเลือกที่ 3: ถมเงินสู้ขยายอาณาเขต (Grid Expansion) 🧱💰

เหมาะสำหรับ: คนกระสุนหนา (Money Management เหลือเฟือ) และมั่นใจในสินทรัพย์

วิธีนี้คือการ "ไม่ยอมแพ้" และเชื่อว่าราคามันแค่ลงมาชั่วคราว

  • วิธีการ:

    1. เติมเงิน: ใส่เงินเข้าไปในพอร์ตเพิ่ม (เพื่อให้ % Margin กลับมาปลอดภัย)

    2. ขยายกรอบ: ตีเส้น Lower Limit ใหม่ให้ต่ำลงไปอีก (สร้างชั้นวางของเพิ่มในชั้นใต้ดิน)

    3. เข้าเทรดต่อ: ให้บอทซื้อของถูกเก็บเข้าพอร์ตไปเรื่อยๆ รอวันที่มันเด้งกลับ

  • ข้อดี:

    • ไม่ขาดทุนจริง (Unrealized): ตราบใดที่ไม่ขาย ก็ยังไม่ขาดทุน

    • โอกาสรวยใหญ่: ถ้าเรามีเงิน "ถม" จนถึงก้นเหว พอราคามันเด้งกลับ เราจะได้กำไรมหาศาลจากไม้ล่างๆ

  • ข้อเสีย:

    • เสี่ยงหมดตัว (Ruined): ถ้าราคามันลงไม่หยุด (เช่น ลงไปเหลือ 0 หรือลงลึกมาก) การถมเงินก็เหมือน "เอาเงินดีไปละลายแม่น้ำ" ถ้ายิ่งคำนวณมูลค่าสินค้าไม่เป็นหรือใช้ Leverage มากเกินไป ถมยังไงก็เอาไม่อยู่

    • เงินจม (Opportunity Cost): เงินจำนวนมากต้องมาติดอยู่ในนี้ เอาไปทำอย่างอื่นไม่ได้

🐻 คำแนะนำ: ใช้ได้เฉพาะกับสินทรัพย์ที่ "ไม่มีวันตาย" (เช่น ทองคำ, ดัชนีหุ้น) ห้ามใช้กับเหรียญซิ่งหรือหุ้นปั่นเด็ดขาด!

ทางเลือกที่ 2: แช่แข็งความเสียหาย (Hedging) ❄️

เหมาะสำหรับ: เทรดเดอร์ระดับกลาง-สูง ที่แก้พอร์ตเป็น

วิธีนี้คือการ "หยุดเวลา" เอาไว้ก่อน เพื่อขอเวลาตั้งสติ

  • วิธีการ: เปิดออเดอร์ "ฝั่งตรงข้าม" (Sell) ในจำนวน Lot ที่เท่ากับฝั่ง Buy ที่เราถืออยู่เป๊ะๆ

    • เช่น: ถือ Buy อยู่ 1.0 Lot -> ให้กด Sell สวนทันที 1.0 Lot

  • ผลลัพธ์: ไม่ว่ากราฟจะวิ่งไปทางไหน ยอดขาดทุนสุทธิจะ "นิ่ง" (Locked) ไม่เพิ่มขึ้นและไม่ลดลง

  • ข้อดี:

    • ซื้อเวลา: พอร์ตไม่ระเบิดทันที มีเวลาหายใจหายคอ พิจารณากราฟ

  • ข้อเสีย:

    • ปลดยากมาก: การจะแก้ Hedge (ปิดขาสวน) ต้องใช้ฝีมือสูงมาก ถ้าแก้ไม่เป็น คุณจะติดอยู่ในสภาพนี้นานเป็นปี!

    • โดนค่า Swap บาน: การถือ 2 ขาพร้อมกัน โดนดอกเบี้ยกิน 2 ทางทุกวัน

🐻 คำแนะนำ: มือใหม่ "ห้ามใช้" เด็ดขาด! มันเหมือนกับดักที่เข้าง่ายแต่ออกยาก

________________________________

บทสรุป EP.9

ไม่มีแผนไหนดีที่สุด มีแต่แผนที่ "เหมาะกับเงินในกระเป๋าคุณที่สุด" การเทรด Grid ไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่คือการบริหารจัดการตอนที่ "แพ้" ให้เรายังรอดตายได้ครับ

ตอนนี้เราเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว! ใน EP.10 (ตอนจบ) หมีจะสรุปภาพรวมทั้งหมด และมอบ "คัมภีร์จิตวิทยา" ที่จะทำให้คุณเทรด Grid ได้อย่างมีความสุข ไม่เครียด และยั่งยืน...

เตรียมตัวพบกับบทสรุปแห่งเส้นทางหมีนักลงทุนได้เลยครับ! 🏁🐻

#TeddyInvestor #GridTrading #หมีลงทุน

________________________________