EP.4: หมีจะพามาดูวิธีหา "สนามเด็กเล่น" (Range Selection)

TEDDY INVESTORGRID TRADING

1/4/20261 min read

เข้าสู่ Phase 2: Setup & Strategy (ลงมือติดตั้ง) กันแล้วครับ! 🎉

หลังจากที่เราเตรียมเครื่องมือ (Parameters) ใน EP.3 เสร็จแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนจะวางตาข่ายลงไปคือ "การเลือกทำเล" ครับ ถ้าเราไปวางตาข่ายในบ่อที่ไม่มีปลา หรือไปวางกลางถนนที่รถวิ่งเร็วๆ ตาข่ายเราก็พังแน่นอน

ใน EP.4 หมีจะพามาดูวิธีหา "สนามเด็กเล่น" (Range Selection) ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับน้อง Grid ของเราครับ

________________________________

EP.4: การหา "สนามเด็กเล่น" (Range Selection) - กางอาณาเขตยังไงให้ปลอดภัย? 🏞️

Range Selection คืออะไร? มันคือการขีดเส้น 2 เส้นลงบนกราฟครับ:

  1. เส้นบน (Upper Limit): "ราคาไม่น่าจะแพงไปกว่านี้แล้วแหละ"

  2. เส้นล่าง (Lower Limit): "ราคาไม่น่าจะถูกไปกว่านี้แล้วแหละ"

พื้นที่ตรงกลางระหว่าง 2 เส้นนี้ คือ "สนามเด็กเล่น" ที่เราจะปล่อยให้บอทวิ่งเก็บกำไรครับ ถ้ากราฟวิ่งอยู่ในนี้ เราจะรวย! แต่ถ้ามันวิ่งหลุดออกไป... เราจะเริ่มลำบาก

มาดู 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการหากรอบกันครับ

________________________________
________________________________

ขั้นตอนที่ 1: ถอยออกมามองภาพกว้าง (Zoom Out) 🔭

มือใหม่มักตกม้าตายเพราะชอบดูกราฟระยะสั้น (เช่น 1 นาที หรือ 5 นาที) ซึ่งมันผันผวนและหลอกตา

  • สิ่งที่ต้องทำ: ให้เปิดกราฟ Timeframe Day (D1) หรืออย่างน้อย 4 ชั่วโมง (H4) ครับ

  • ทำไม? เพราะแนวรับแนวต้านในภาพใหญ่ แข็งแรงกว่าภาพเล็กเสมอ เปรียบเหมือนกำแพงเมืองจีน vs รั้วไม้ไผ่

ขั้นตอนที่ 2: หา "พื้นแข็ง" และ "เพดานปูน" (Support & Resistance) 🧱

มองหาก่อนว่า ในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา...

  • จุดสูงสุด (High) อยู่ตรงไหน? (จุดที่กราฟขึ้นไปชนแล้วร่วงลงมาบ่อยๆ) -> นี่คือผู้ท้าชิง Upper Limit

  • จุดต่ำสุด (Low) อยู่ตรงไหน? (จุดที่กราฟลงมาชนแล้วเด้งกลับบ่อยๆ) -> นี่คือผู้ท้าชิง Lower Limit

เทคนิค: มองหารูปทรงตัว V (ก้นเหว) หรือตัว A (ยอดดอย) ที่แหลมๆ ชัดๆ ครับ

ขั้นตอนที่ 3: เผื่อพื้นที่กันตกใจ (Add Buffer) 🛡️

อันนี้คือ Secret Sauce ของคนเก่งครับ! สมมติคุณเห็นยอดดอยเก่าอยู่ที่ $2,000 อย่าตั้ง Upper Limit ที่ $2,000 เป๊ะๆ นะครับ เพราะเจ้ามือชอบลากกิน Stop Loss หรือบางทีกราฟมันสะบัดหาง (False Break) ขึ้นไปนิดนึงแล้วตบลง

  • สิ่งที่ต้องทำ: ให้ "เผื่อระยะ" ออกไปอีกสัก 2-5% (หรือแล้วแต่ความผันผวน)

  • เช่น: ยอดเดิม $2,000 -> ให้ขยับเส้น Upper Limit หนีไปที่ $2,050 เพื่อความปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบความกว้าง 📏

พอลากเส้นเสร็จแล้ว ให้วัดดูว่า "กรอบเรากว้างแค่ไหน?"

  • ถ้าแคบเกินไป (เช่น 2%): เสี่ยงมาก! ข่าวมาทีเดียวกราฟพุ่งทะลุกรอบ Grid แตกทันที

  • ถ้ากว้างเกินไป (เช่น 50%): ปลอดภัยจริง แต่ "เงินจม" ครับ เพราะเราต้องสำรองเงินไว้เผื่อราคาวิ่งไปที่เส้นขอบ แต่ถ้าราคามันวิ่งอยู่แค่ตรงกลาง เงินส่วนนั้นก็วางทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำงาน

🔑บทสรุป EP.4

การหา Range Selection ไม่มีคำว่า "ผิด" หรือ "ถูก" 100% ครับ มีแต่คำว่า "เสี่ยงมาก" (กรอบแคบ) หรือ "เสี่ยงน้อย" (กรอบกว้าง)

ถ้าคุณเป็นคนขี้กลัว... ให้ขยายกรอบให้กว้างเข้าไว้ ยอมได้กำไรน้อยหน่อย แลกกับการนอนหลับฝันดี แต่ถ้าคุณเป็นสายซิ่ง... บีบกรอบเข้ามาได้ แต่ต้องเตรียมแผนหนีทีไล่ให้ดี!

ใน EP.5 หมีจะพาไปเลือก "คู่หู" ครับ... เพราะต่อให้วางกรอบดีแค่ไหน แต่ถ้าไปเลือกเทรดคู่เงินที่ "นิสัยไม่ดี" (วิ่งทางเดียวไม่เหลียวหลัง) พอร์ตก็ระเบิดได้เหมือนกัน! ไปดูวิธีเลือก Asset Selection กันต่อเลยครับ!

🐻 TeddyInvestor #Forex #สอนเทรดGrid #หมีนักลงทุน

🤔ตัวอย่างการคิด (Workshop)

สมมติจะเทรดทองคำ (XAUUSD)

  1. เปิดกราฟ Day: เห็นราคาวิ่งขึ้นลงแรงๆ

  2. หาจุด:

    • เห็นกราฟเคยลงไปต่ำสุดที่ $1,980 แล้วเด้ง

    • เห็นกราฟเคยขึ้นไปสูงสุดที่ $2,080 แล้วร่วง

  3. เผื่อระยะ (Buffer):

    • ขอบล่าง: ลดลงไปอีกหน่อย เอาเลขกลมๆ -> $1,950 (Lower Limit)

    • ขอบบน: เพิ่มไปอีกหน่อย -> $2,100 (Upper Limit)

  4. สรุป: เราจะได้ "สนามเด็กเล่น" ช่วง $1,950 ถึง $2,100 เพื่อวางตาข่ายดักปลาครับ!

________________________________