EP.3: Grid Trading - ส่วนประกอบของ "ตาข่าย" (Parameters) หรือ "ตาราง"
TEDDY INVESTORGRID TRADING
มาลุยกันต่อที่ EP.3 ครับ! ตอนนี้เรามี "Mindset พ่อค้า" แล้ว (EP.1) และเราเลือก "ชนิดของบันได" เป็นแล้ว (EP.2)
ทีนี้ก็ได้เวลา "ลงมือสร้างร้าน" จริงๆ แล้วครับ เวลาเราจะทำ Grid หรือตั้งค่าใน Excel เราต้องกรอกตัวเลขหลายช่องมาก มือใหม่เปิดมาเห็นอาจจะตาลาย "เอ๊ะ! ช่องนี้คืออะไร? ต้องใส่เลขเท่าไหร่?


________________________________
EP.3: ส่วนประกอบของ "ตาข่าย" (Parameters)
การตั้งค่า Grid ก็เหมือนการ "ออกแบบชั้นวางสินค้า" ในร้านของเราครับ ถ้าเราวางชั้นวางของ "ถี่เกินไป" ลูกค้าก็เดินลำบาก (เปลืองค่าธรรมเนียม) ถ้าเราวาง "ห่างเกินไป" ของก็มีน้อย (รอนานกว่าจะแมทช์)
เรามาดู 3 องค์ประกอบหลักที่ต้องกำหนดกันครับ
________________________________
🔑สรุปสูตร: วิธีตั้งค่าแบบ Step-by-Step
เวลาจะตั้งบอท ให้คิดตามลำดับ 1-2-3 นี้ครับ:
ดูสนาม (Range): เปิดกราฟ ดู High/Low เก่า แล้วเผื่อระยะออกไปอีกนิดหน่อย เพื่อกำหนด Upper/Lower Limit
ดูงบ (Budget): มีเงินเท่าไหร่? ถ้าเงินน้อย แต่อยากวางกรอบกว้างๆ ให้ลด Volume (ขนาด Lot) ลงให้เล็กที่สุด
ดูความถี่ (Quantity): ลองใส่จำนวนไม้เข้าไป แล้วดูว่าระบบคำนวณ Profit per Grid ออกมาเท่าไหร่?
ถ้ากำไรน้อยกว่า 0.3% - 0.5% (หรือน้อยกว่าค่า Spread) -> ให้ลดจำนวนไม้ลง (ทำให้ห่างขึ้น) ไม่งั้นขาดทุนค่าธรรมเนียม
________________________________
1. ขอบเขตราคา (Price Range: Upper & Lower Limit) 🏠
คือ: พื้นและเพดานของร้านเรา
นี่คือสิ่งแรกที่ต้องทำครับ คือการกางอาณาเขตว่า "เราจะเล่นแค่นี้ เกินนี้เราไม่เล่น"
Lower Limit (พื้นร้าน/ราคาต่ำสุด): จุดที่เราคิดว่า "ถูกสุดๆ แล้ว ไม่น่าจะลงต่ำกว่านี้" เราจะตั้งป้อมรับซื้อ (Buy) จนถึงเส้นนี้
Upper Limit (เพดานร้าน/ราคาสูงสุด): จุดที่เราคิดว่า "แพงสุดๆ แล้ว" เราจะตั้งป้อมขาย (Sell) จนถึงเส้นนี้
🐻 วิธีคิดสำหรับมือใหม่: ให้เปิดกราฟ Timeframe ใหญ่ (Day หรือ Week) แล้วมองหา "ยอดดอยเดิม" และ "ก้นเหวเดิม"
ถ้าตั้งแคบ: เงินหมุนไว กำไรดีในช่วงสั้นๆ แต่เสี่ยงหลุดกรอบง่าย (ต้องมาแก้บ่อย)
ถ้าตั้งกว้าง: ปลอดภัย นอนหลับสบาย แต่กำไรต่อวันอาจจะน้อยหน่อย (เพราะเงินจมไปกับการรอโซนไกลๆ)
2. จำนวนเส้น (Grid Quantity) 🛒
คือ: จำนวนชั้นวางของ
สมมติเราได้กรอบราคาแล้ว (เช่น 1,900 - 2,000) คำถามคือ... เราจะซอยย่อยกี่ไม้?
Grid Quantity: คือจำนวนเส้นที่เราจะขีดลงไปในกรอบนั้น เช่น 10 ไม้, 50 ไม้, หรือ 100 ไม้
Grid Step (ระยะห่าง): ค่านี้จะคำนวณอัตโนมัติตามจำนวนเส้น ยิ่งเส้นเยอะ ระยะห่างยิ่งน้อย
⚔️ ศึกแห่งสายเลือด: ถี่ vs ห่าง

3. เงินลงทุนต่อไม้ (Investment / Volume per Grid) 💰
คือ: ขนาดของสินค้าในแต่ละชั้น
เราจะซื้อทีละเท่าไหร่? ทีละ $1? หรือทีละ $100? ค่านี้สำคัญมาก เพราะมันจะกำหนด "หน้าตักรวม (Total Investment)" ที่คุณต้องใช้
🐻 วิธีคิดแบบปลอดภัย (Safety First):
อย่าใส่เงินหมดหน้าตักในไม้เดียว!
ระบบ Grid คือการ "กระจายเงิน" สมมติมีเงิน $1,000 และจะวาง 100 ไม้
แปลว่าแต่ละไม้ คุณใช้เงินได้แค่ $10 เท่านั้น ($1,000 / 100)
คำเตือน: ในตลาด Forex ต้องระวังเรื่อง Leverage ให้ดี การเปิด Lot Size ต้องคำนวณเผื่อว่าถ้าราคาลงไปถึงเส้นล่างสุด พอร์ตต้องไม่แตก!
________________________________
________________________________
🐻 กฎเหล็กของหมี: สำหรับมือใหม่ "อย่าถี่เกินไป!" ต้องเช็คเสมอว่า กำไรต่อไม้ (Profit per Grid) ต้องมากกว่า ค่าธรรมเนียม (Spread + Commission) อย่างน้อย 2-3 เท่า ไม่งั้นคุณจะเทรดเพื่อเลี้ยงโบรคเกอร์ ไม่ได้เลี้ยงตัวเองครับ!
________________________________
🔑บทสรุป EP.3
การปรับจูน Parameters คือศิลปะแห่งความ "พอดี"
กว้างไปก็เงินจม
แคบไปก็หลุดกรอบ
ถี่ไปก็เสียค่าธรรมเนียม
ห่างไปก็เหงา
ไม่มีค่า Setting ไหนที่ดีที่สุดในโลก มีแต่ค่าที่ "เหมาะกับจริตและเงินทุนของคุณ" ครับ


