EP.1: Grid Trading คืออะไร? เลิกเป็น "หมอดู" แล้วมาเป็น "พ่อค้า" กันดีกว่า
TEDDY INVESTORGRID TRADING
เคยไหมครับ? เข้าตลาดมาเพราะอยากรวย แต่ทำตัวเหมือน "นักพนัน" หรือ "หมอดู" เราพยายามนั่งเพ่งกราฟเพื่อทำนายว่า "พรุ่งนี้ราคาจะขึ้นหรือลง?" ทายถูกก็รวยไป ทายผิดก็เจ็บหนัก เครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ
วันนี้หมีอยากชวนเพื่อนๆ เปลี่ยนอาชีพครับ... เลิกเป็นหมอดูที่ต้องรู้อนาคต แล้วมาเป็น "พ่อค้าคนกลาง" (Merchant) ที่ทำมาหากินกับความผันผวนแทน ด้วยระบบที่เรียกว่า Grid Trading


________________________________
1. Mindset ของพ่อค้า: เราไม่สนราคาตลาด เราสนแค่ "ส่วนต่าง"
ลองจินตนาการว่าคุณเป็นเจ้าของ "ร้านรับซื้อของเก่า" หรือ "ร้านทอง" ก็ได้ครับ
คุณมีหน้าที่ง่ายๆ คือ "รับซื้อ" เวลาคนเอาของมาขายถูกๆ
และ "วางขาย" เวลาคนอยากได้ราคาแพงๆ
Grid Trading ก็คิดแบบเดียวกัน เราไม่ได้เก็งกำไรว่าทองคำจะไป 50,000 บาทในพรุ่งนี้ไหม เราไม่สน เราสนแค่ว่า... "ถ้าราคาลง ฉันจะซื้อของเข้าร้าน ถ้าราคาขึ้น ฉันจะเอาของในร้านออกมาขาย"
กำไรของเราไม่ได้มาจาก "การถือยาวๆ จนรวย" (Buy & Hold) แต่กำไรของเรามาจาก "รอบการซื้อขาย" (Transaction) ยิ่งตลาดผันผวน เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เหมือนลูกค้าเดินเข้าออกร้านทั้งวัน พ่อค้าอย่างเรายิ่งรวยครับ
3. ทำไมเป็นพ่อค้าถึงสบายใจกว่า? (The Advantage)
มีกระแสเงินสด (Cash Flow): พ่อค้ามีเงินหมุนเข้าลิ้นชักทุกวันจากการขายของ ต่างจากนักลงทุนระยะยาวที่ต้องรอขายทีเดียว
ชอบของถูก: ปกติเทรดเดอร์เห็นกราฟแดงจะหน้าซีด แต่พอเราเป็นพ่อค้า เห็นของราคาตก เราจะดีใจว่า "เย้! ได้เวลาตุนของเข้าร้าน (Re-stock) แล้ว" จิตวิทยาจะดีขึ้นมากครับ
2. กลไกการทำงาน: เปิดร้านยังไงให้ได้ตังค์? (The Mechanism)
หลักการของ Grid คือการวาง "โซนราคา" รับซื้อและขายออก ไว้ล่วงหน้าเป็นชั้นๆ เหมือนเราแปะป้ายราคาไว้หน้าร้านทองเลยครับ
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง: สมมติเราเปิดร้านทองออนไลน์ เทรดทองคำโลก XAUUSD ราคาทองปัจจุบันอยู่ที่ $4,000 ต่อออนซ์ เราวางแผนการค้า (Grid) ไว้ทุกๆ ระยะ $10 (สิบดอลลาร์) ดังนี้:
ชั้นวางของที่ 1 (ราคา $4,010): รอขาย
[ราคาปัจจุบัน $4,000]: จุดเริ่มต้น
ชั้นเก็บของ A (ราคา $3,990): รอซื้อ
ชั้นเก็บของ B (ราคา $3,980): รอซื้อ
เริ่มปฏิบัติการ:
📉 ราคาของตก: ตลาดทองคำร่วงลงมาเหลือ $3,990
🤖 Action: ระบบทำการ "ซื้อทองเข้าร้าน" (Buy) ทันที 1 ไม้ (เก็บของถูก!)
📉 ราคาตกอีก: ตลาดร่วงต่อ เหลือ $3,980
🤖 Action: ยิ่งถูก ยิ่งน่าตุน! ระบบ "ซื้อเพิ่ม" (Buy) อีก 1 ไม้ (ตอนนี้ในร้านมีสต็อกทอง 2 ก้อน ต้นทุน $3,990 และ $3,980)
📈 ราคาดีดกลับ: ตลาดเด้งขึ้นมาที่ $3,990
🤖 Action: ระบบเอาทองก้อนที่เพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ (ทุน $3,980) ออกมา "ขายทำกำไร" (Sell) ทันที! ที่ราคา $3,990
💰 Result: ได้กำไรส่วนต่าง $10 เข้ากระเป๋า (Cash Flow)
🔄 วนลูป: ถ้าราคาทองคำวิ่งวนเวียนอยู่แถวๆ $3,980 - $4,000 ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ทั้งวัน เราก็ได้ซื้อๆ ขายๆ เก็บกำไรเข้ากระเป๋าทั้งวัน
จุดสังเกต: เห็นไหมว่าเราไม่ได้สนใจว่าราคาทองจะพุ่งไป $5,000 หรือไม่ เราสนใจแค่ให้มัน "ขยับ" ผ่านเส้นตารางของเราไปมาก็พอ
________________________________
________________________________
4. ความเสี่ยงและกฎเหล็ก: ร้านเจ๊งได้ถ้าไม่ระวัง! (The Risk & Asset Selection)
เป็นพ่อค้าก็เจ๊งได้นะครับ ถ้าบริหารร้านไม่ดี ความเสี่ยงใหญ่ๆ มี 2 เรื่อง:
1. ซื้อของมาแล้ว... กลายเป็นขยะ (Asset Selection) ลองนึกภาพคุณไปรับซื้อ "เหรียญมีม (Meme Coin) รูปสัตว์แปลกๆ" หรือ "เหรียญคริปโตที่เขาปั่นกันในโซเชียล" มาตุนไว้เต็มร้าน ตอนแรกราคามันก็วิ่งดีหรอกครับ แต่จู่ๆ เจ้ามือเทขายทิ้ง โปรเจกต์บินหนี (Rug Pull) หรือคนเลิกฮิตกันดื้อๆ... จากราคา 100 เหลือ 0 บาทในพริบตา... แบบนี้ต่อให้วาง Grid ดีแค่ไหน คุณก็ขาดทุนยับเยิน
ทางแก้: กฎเหล็กข้อสำคัญที่สุดคือ "เลือกสินค้าที่ไม่มีวันตาย" เท่านั้น
✅ ควรเทรด: ทองคำ (Gold), ดัชนีหุ้นโลก (Index), คู่เงินหลัก (Major Pairs) ของพวกนี้ราคาอาจจะตก แต่ไม่เหลือ 0 แน่นอน หรือถ้าจะเหลือ 0 ก็จะยากมากๆ
❌ ห้ามเทรด: เหรียญคริปโตซิ่งๆ, หุ้นปั่นที่งบการเงินเน่าๆ เพราะถ้ามันลงแล้วไม่เด้งกลับ ระบบ Grid จะพาเราตายไปด้วย
2. สต็อกบวมจนเงินหมุนไม่ทัน (Money Management) ถ้าราคาตลาดลงหนักมาก (วิกฤตเศรษฐกิจ) แล้วเราดันไปซื้อของเข้าร้านเรื่อยๆ (Buy... Buy... Buy...) จนเงินสดในมือเราหมด ถ้าลงต่ออีก เราจะเสียโอกาสในการเก็บกำไรจากส่วนต่าง ที่เรามักจะเรียกกันว่า "ติดดอย"
ทางแก้: ต้องคำนวณเงินหน้าตักให้ดีเสมอ ไม่ใช่มีเงิน 100 บาท จะรับซื้อของทีละ 50 บาท แบบนี้ไม้ที่ 3 ก็ไม่ได้เงินซื้อแล้ว
บทสรุป EP.1
🔑การเทรดแบบ Grid คือการสวมวิญญาณ "พ่อค้า" ที่ฉลาดเลือกสินค้าและบริหารสต็อก เราไม่สนว่าตลาดจะไปทางไหน ขอแค่ให้มันขยับ เราก็ทำเงินได้
แต่คำถามต่อมาคือ... "แล้วเราควรตั้งราคารับซื้อ-ขาย ถี่แค่ไหนดี?" ถ้าวางถี่ไปก็เปลือง ถ้าวางห่างไปก็ขายของไม่ออก? ใน EP.2 หมีจะพาไปดูวิธีคำนวณระยะห่างที่เหมาะสม (Mathematics of Grid) กันครับ
🐻 TeddyInvestor #GridTrading #SystemTrade #หมีนักลงทุน
