EP.1: Grid Trading คืออะไร? เลิกเป็น "หมอดู" แล้วมาเป็น "พ่อค้า" กันดีกว่า

TEDDY INVESTORGRID TRADING

1/1/20261 min read

เคยไหมครับ? เข้าตลาดมาเพราะอยากรวย แต่ทำตัวเหมือน "นักพนัน" หรือ "หมอดู" เราพยายามนั่งเพ่งกราฟเพื่อทำนายว่า "พรุ่งนี้ราคาจะขึ้นหรือลง?" ทายถูกก็รวยไป ทายผิดก็เจ็บหนัก เครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ

วันนี้หมีอยากชวนเพื่อนๆ เปลี่ยนอาชีพครับ... เลิกเป็นหมอดูที่ต้องรู้อนาคต แล้วมาเป็น "พ่อค้าคนกลาง" (Merchant) ที่ทำมาหากินกับความผันผวนแทน ด้วยระบบที่เรียกว่า Grid Trading

________________________________

1. Mindset ของพ่อค้า: เราไม่สนราคาตลาด เราสนแค่ "ส่วนต่าง"

ลองจินตนาการว่าคุณเป็นเจ้าของ "ร้านรับซื้อของเก่า" หรือ "ร้านทอง" ก็ได้ครับ

  • คุณมีหน้าที่ง่ายๆ คือ "รับซื้อ" เวลาคนเอาของมาขายถูกๆ

  • และ "วางขาย" เวลาคนอยากได้ราคาแพงๆ

Grid Trading ก็คิดแบบเดียวกัน เราไม่ได้เก็งกำไรว่าทองคำจะไป 50,000 บาทในพรุ่งนี้ไหม เราไม่สน เราสนแค่ว่า... "ถ้าราคาลง ฉันจะซื้อของเข้าร้าน ถ้าราคาขึ้น ฉันจะเอาของในร้านออกมาขาย"

กำไรของเราไม่ได้มาจาก "การถือยาวๆ จนรวย" (Buy & Hold) แต่กำไรของเรามาจาก "รอบการซื้อขาย" (Transaction) ยิ่งตลาดผันผวน เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เหมือนลูกค้าเดินเข้าออกร้านทั้งวัน พ่อค้าอย่างเรายิ่งรวยครับ

3. ทำไมเป็นพ่อค้าถึงสบายใจกว่า? (The Advantage)

  1. มีกระแสเงินสด (Cash Flow): พ่อค้ามีเงินหมุนเข้าลิ้นชักทุกวันจากการขายของ ต่างจากนักลงทุนระยะยาวที่ต้องรอขายทีเดียว

  2. ชอบของถูก: ปกติเทรดเดอร์เห็นกราฟแดงจะหน้าซีด แต่พอเราเป็นพ่อค้า เห็นของราคาตก เราจะดีใจว่า "เย้! ได้เวลาตุนของเข้าร้าน (Re-stock) แล้ว" จิตวิทยาจะดีขึ้นมากครับ

2. กลไกการทำงาน: เปิดร้านยังไงให้ได้ตังค์? (The Mechanism)

หลักการของ Grid คือการวาง "โซนราคา" รับซื้อและขายออก ไว้ล่วงหน้าเป็นชั้นๆ เหมือนเราแปะป้ายราคาไว้หน้าร้านทองเลยครับ

ตัวอย่างเหตุการณ์จริง: สมมติเราเปิดร้านทองออนไลน์ เทรดทองคำโลก XAUUSD ราคาทองปัจจุบันอยู่ที่ $4,000 ต่อออนซ์ เราวางแผนการค้า (Grid) ไว้ทุกๆ ระยะ $10 (สิบดอลลาร์) ดังนี้:

  • ชั้นวางของที่ 1 (ราคา $4,010): รอขาย

  • [ราคาปัจจุบัน $4,000]: จุดเริ่มต้น

  • ชั้นเก็บของ A (ราคา $3,990): รอซื้อ

  • ชั้นเก็บของ B (ราคา $3,980): รอซื้อ

เริ่มปฏิบัติการ:

  1. 📉 ราคาของตก: ตลาดทองคำร่วงลงมาเหลือ $3,990

    • 🤖 Action: ระบบทำการ "ซื้อทองเข้าร้าน" (Buy) ทันที 1 ไม้ (เก็บของถูก!)

  2. 📉 ราคาตกอีก: ตลาดร่วงต่อ เหลือ $3,980

    • 🤖 Action: ยิ่งถูก ยิ่งน่าตุน! ระบบ "ซื้อเพิ่ม" (Buy) อีก 1 ไม้ (ตอนนี้ในร้านมีสต็อกทอง 2 ก้อน ต้นทุน $3,990 และ $3,980)

  3. 📈 ราคาดีดกลับ: ตลาดเด้งขึ้นมาที่ $3,990

    • 🤖 Action: ระบบเอาทองก้อนที่เพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ (ทุน $3,980) ออกมา "ขายทำกำไร" (Sell) ทันที! ที่ราคา $3,990

    • 💰 Result: ได้กำไรส่วนต่าง $10 เข้ากระเป๋า (Cash Flow)

  4. 🔄 วนลูป: ถ้าราคาทองคำวิ่งวนเวียนอยู่แถวๆ $3,980 - $4,000 ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ทั้งวัน เราก็ได้ซื้อๆ ขายๆ เก็บกำไรเข้ากระเป๋าทั้งวัน

จุดสังเกต: เห็นไหมว่าเราไม่ได้สนใจว่าราคาทองจะพุ่งไป $5,000 หรือไม่ เราสนใจแค่ให้มัน "ขยับ" ผ่านเส้นตารางของเราไปมาก็พอ

________________________________
________________________________

4. ความเสี่ยงและกฎเหล็ก: ร้านเจ๊งได้ถ้าไม่ระวัง! (The Risk & Asset Selection)

เป็นพ่อค้าก็เจ๊งได้นะครับ ถ้าบริหารร้านไม่ดี ความเสี่ยงใหญ่ๆ มี 2 เรื่อง:

1. ซื้อของมาแล้ว... กลายเป็นขยะ (Asset Selection) ลองนึกภาพคุณไปรับซื้อ "เหรียญมีม (Meme Coin) รูปสัตว์แปลกๆ" หรือ "เหรียญคริปโตที่เขาปั่นกันในโซเชียล" มาตุนไว้เต็มร้าน ตอนแรกราคามันก็วิ่งดีหรอกครับ แต่จู่ๆ เจ้ามือเทขายทิ้ง โปรเจกต์บินหนี (Rug Pull) หรือคนเลิกฮิตกันดื้อๆ... จากราคา 100 เหลือ 0 บาทในพริบตา... แบบนี้ต่อให้วาง Grid ดีแค่ไหน คุณก็ขาดทุนยับเยิน

  • ทางแก้: กฎเหล็กข้อสำคัญที่สุดคือ "เลือกสินค้าที่ไม่มีวันตาย" เท่านั้น

    • ควรเทรด: ทองคำ (Gold), ดัชนีหุ้นโลก (Index), คู่เงินหลัก (Major Pairs) ของพวกนี้ราคาอาจจะตก แต่ไม่เหลือ 0 แน่นอน หรือถ้าจะเหลือ 0 ก็จะยากมากๆ

    • ห้ามเทรด: เหรียญคริปโตซิ่งๆ, หุ้นปั่นที่งบการเงินเน่าๆ เพราะถ้ามันลงแล้วไม่เด้งกลับ ระบบ Grid จะพาเราตายไปด้วย

2. สต็อกบวมจนเงินหมุนไม่ทัน (Money Management) ถ้าราคาตลาดลงหนักมาก (วิกฤตเศรษฐกิจ) แล้วเราดันไปซื้อของเข้าร้านเรื่อยๆ (Buy... Buy... Buy...) จนเงินสดในมือเราหมด ถ้าลงต่ออีก เราจะเสียโอกาสในการเก็บกำไรจากส่วนต่าง ที่เรามักจะเรียกกันว่า "ติดดอย"

  • ทางแก้: ต้องคำนวณเงินหน้าตักให้ดีเสมอ ไม่ใช่มีเงิน 100 บาท จะรับซื้อของทีละ 50 บาท แบบนี้ไม้ที่ 3 ก็ไม่ได้เงินซื้อแล้ว

บทสรุป EP.1

🔑การเทรดแบบ Grid คือการสวมวิญญาณ "พ่อค้า" ที่ฉลาดเลือกสินค้าและบริหารสต็อก เราไม่สนว่าตลาดจะไปทางไหน ขอแค่ให้มันขยับ เราก็ทำเงินได้

แต่คำถามต่อมาคือ... "แล้วเราควรตั้งราคารับซื้อ-ขาย ถี่แค่ไหนดี?" ถ้าวางถี่ไปก็เปลือง ถ้าวางห่างไปก็ขายของไม่ออก? ใน EP.2 หมีจะพาไปดูวิธีคำนวณระยะห่างที่เหมาะสม (Mathematics of Grid) กันครับ

🐻 TeddyInvestor #GridTrading #SystemTrade #หมีนักลงทุน

________________________________
________________________________