9.Consumer Confidence: ความเชื่อมั่นผู้บริโภค คืออะไร?

MACRO ECONOMIC INDICATORS

5/8/20241 min read

  1. Consumer Confidence (ความเชื่อมั่นผู้บริโภค) คืออะไร?

    ถ้าจะเปรียบเทียบเศรษฐกิจกับการเรียนหนังสือ:


    GDP คือ "ผลสอบ" (คะแนนที่ออกมาแล้ว เป็นอดีต บอกว่าเทอมที่แล้วทำได้แค่ไหน)
    Consumer Confidence คือ "ความมั่นใจก่อนสอบ" (นักเรียนรู้สึกว่าตัวเองจะทำข้อสอบได้ไหม อนาคตจะรอดไหม)

⭐คำจำกัดความ: มันคือตัวเลขดัชนีที่บอกว่า "ประชาชนทั่วไป รู้สึกดีหรือแย่ กับสถานะการเงินและเศรษฐกิจในอนาคต"

  1. สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง? (ทำไมคนถึงมั่นใจ หรือ หดหู่?)

    ◾ความรู้สึกของคนไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ครับ มันแปรผันตามปัจจัยเหล่านี้:

  1. เงินเฟ้อ (ราคาสินค้า): ปัจจัยหลักเลยครับ ถ้าของแพงขึ้นเร็ว (เช่น น้ำมันแพง ไข่แพง) เงินในกระเป๋าเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง -> ความเชื่อมั่นจะ "ลดลง" ทันที

  2. ตลาดแรงงาน (ความมั่นคง): ถ้าเห็นข่าวบริษัทใหญ่ๆ ปลดพนักงาน หรือเพื่อนข้างบ้านตกงาน คนจะเริ่มกลัว -> ความเชื่อมั่นลดลง

  3. ดอกเบี้ย: ถ้าดอกเบี้ยบ้าน/รถ แพงขึ้น ภาระผ่อนต่อเดือนหนักขึ้น คนจะรู้สึกจนลง -> ความเชื่อมั่นลดลง

  4. ข่าวสารบ้านเมือง: สงคราม, โรคระบาด, หรือความไม่สงบทางการเมือง ก็ทำให้คนไม่กล้าใช้เงินครับ

  1. มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจ?

    ◾ตัวเลขนี้สำคัญระดับ "ไม้ขีดไฟก้านแรก" ของกองไฟเศรษฐกิจเลยครับ

  • เป็นต้นน้ำของ GDP: ในสหรัฐฯ เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วย "การบริโภคภายในประเทศ" ถึง 70% ถ้าคนมีความเชื่อมั่น -> คนจะกล้าควักเงินซื้อของ -> GDP ก็จะโตตามมา

  • เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Leading Indicator): "ความรู้สึก" มักจะมาก่อน "การกระทำ"

    • ถ้าความเชื่อมั่นตกต่ำในเดือนนี้... อีก 1-3 เดือนข้างหน้า ยอดขายตามห้างสรรพสินค้ามักจะร่วงตาม (นักลงทุนรู้ก่อน ก็หนีก่อนได้)

  • กำหนดชะตาดอกเบี้ย: ถ้าความเชื่อมั่นสูงเกินไป (คนกล้าใช้เงินจัดๆ) ธนาคารกลาง (Fed) จะเริ่มกลัวเงินเฟ้อ และเตรียม "ขึ้นดอกเบี้ย" ดักไว้ครับ

  1. วิธีอ่านค่า (High vs Low)
    สมมติว่ามี "เกาะหรรษา" มีประชากรวัยทำงานทั้งหมด 100 คน

  • ⬆️ ตัวเลขสูงขึ้น (High Confidence) = "มั่นใจ เปย์แหลก"

    • พฤติกรรม: กล้ากู้ซื้อบ้าน ถอยรถป้ายแดง กินหรู

    • ผล: เศรษฐกิจหมุนเวียนดี หุ้นขึ้น (แต่ระวังเงินเฟ้อ)

  • ⬇️ ตัวเลขต่ำลง (Low Confidence) = "กลัว รัดเข็มขัด"

    • พฤติกรรม: เก็บเงินสด ชะลอการซื้อของใหญ่ กินประหยัด

    • ผล: เศรษฐกิจฝืดเคือง หุ้นตก

________________________________
________________________________
________________________________

🔗Reference : Gemini

ยินดีต้อนรับสู่ Level 3 ส่วนที่ 3 ครับ! เรายังอยู่กันที่เรื่องของ "คนและปากท้อง" นะครับ หลังจากดูเรื่องการจ้างงานไปแล้ว ตัวนี้จะเป็นเรื่องของ "ความรู้สึก" บ้างครับ ซึ่งสำคัญไม่แพ้เงินในกระเป๋าเลย

ผมจัดระเบียบเนื้อหาให้ใหม่ เพื่อให้เข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจน ตามโครงสร้างนี้ครับ

________________________________
  1. ตัวอย่างสถานการณ์จริง: "ความหวัง vs ความจริง"
    สมมติสถานการณ์จริงในตลาดสหรัฐฯ เพื่อให้เห็นภาพผลกระทบต่อพอร์ตลงทุนครับ:

  • เหตุการณ์: สหรัฐฯ ประกาศค่า Consumer Confidence (จาก University of Michigan)

    • ➡️ ตัวเลขคาดการณ์ (Forecast): 65.0 คะแนน

    • ➡️ ตัวเลขจริง (Actual): ออกมา 72.0 คะแนน (สูงกว่าที่คาดมาก! คนมั่นใจสุดๆ)

________________________________
________________________________

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา (Chain Reaction): ⛓️

  1. มุมมอง: นักลงทุนมองว่า "เฮ้ย! คนอเมริกันมั่นใจขนาดนี้ เดี๋ยวต้องออกมาช้อปปิ้งกระจายแน่ๆ เศรษฐกิจโตชัวร์"

  2. ดอกเบี้ย (Fed): ธนาคารกลางอาจมองว่า "เศรษฐกิจร้อนแรงไปแล้ว เดี๋ยวเงินเฟ้อมา" -> มีโอกาส "ขึ้นดอกเบี้ย"

  3. ค่าเงิน (USD): ดอลลาร์จะ "แข็งค่า" 🚀 (เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ดึงดูดเงินทุน)

  4. ทองคำ: ราคาทองมักจะ "ร่วง" 📉 (เพราะทองแพ้ทางดอกเบี้ย และโดนดอลลาร์ที่แข็งค่ากดดัน)

🏷️สรุปสำหรับเทรดเดอร์: ข่าวนี้คือ "สัญญาณชี้นำ" ถ้าตัวเลขออกมาดี (เขียว) ให้มองว่าเศรษฐกิจดี ดอลลาร์แข็ง... ถ้าออกมาแย่ (แดง) ให้มองว่าเศรษฐกิจแย่ ดอลลาร์อ่อน ทองพุ่งครับ

________________________________