4.CPI (Consumer Price Index): ดัชนีราคาผู้บริโภค คืออะไร?
MACRO ECONOMIC INDICATORS
5/8/20241 min read


CPI (Consumer Price Index) คืออะไร?
CPI ย่อมาจาก Consumer Price Index ภาษาไทยคือ "ดัชนีราคาผู้บริโภค"
ให้จำง่ายๆ ว่ามันคือ "ตระกร้าจ่ายตลาดของคนทั่วไป" ครับ รัฐบาลเขาจะสมมติ "ตระกร้า" ใบหนึ่งขึ้นมา แล้วเอาของที่คนส่วนใหญ่ต้องซื้อกินซื้อใช้ในชีวิตประจำวัน ใส่ลงไปในนั้น เช่น ข้าวสาร, ไข่ไก่, ค่ารถเมล์, ค่าน้ำมัน, ค่าเช่าบ้าน, ยา ฯลฯ
CPI คือตัวเลขที่บอกว่า "ราคาของทั้งตระกร้านี้" วันนี้มันราคาเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับวันก่อน
ถ้า CPI สูงขึ้น = ค่าครองชีพแพงขึ้น (เงินเฟ้อ)
ถ้า CPI ต่ำลง = ค่าครองชีพถูกลง (เงินฝืด)
สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง? (ทำไม CPI ถึงขยับ?)
CPI จะขยับขึ้นหรือลง ขึ้นอยู่กับ "ของข้างในตระกร้า" ครับ ว่าช่วงนั้นอะไรแพงขึ้น โดยหลักๆ มาจาก 3 หมวดนี้:
1.หมวดพลังงาน (ตัวจี๊ด): ราคาน้ำมันแพงขึ้นปุ๊บ CPI พุ่งปั๊บ เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนของทุกอย่าง (ค่าเดินทาง, ค่าขนส่งสินค้า)
2.หมวดอาหาร (ตัวแสบ): หมูแพง, ไข่แพง, ผักแพง (อาจจะเพราะน้ำท่วม หรือโรคระบาดในสัตว์) ทำให้ราคาตระกร้าอาหารสูงขึ้น
3.หมวดที่อยู่อาศัย (ตัวหนัก): ค่าเช่าบ้าน หรือราคาบ้าน ที่ค่อยๆ ขยับขึ้นตามเศรษฐกิจ
มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจ?
CPI คือ "ปรอทวัดไข้" ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งครับ
1.ใช้วัดเงินเฟ้อ (Inflation Rate): ที่เราบอกว่าเงินเฟ้อ 3% หรือ 5% ก็คือคำนวณมาจากเจ้าตัวเลข CPI นี่แหละครับ
2.ใช้ปรับขึ้นเงินเดือน: รัฐบาลหรือบริษัทบางแห่งดู CPI เพื่อปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หรือเงินเดือน เพื่อให้พนักงานอยู่รอดได้เมื่อของแพงขึ้น
3.เป็นสัญญาณให้ธนาคารกลาง: ถ้า CPI พุ่งสูงปรี๊ด ธนาคารกลาง (เช่น FED) จะรู้แล้วว่า "ต้องขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อมาเบรกความร้อนแรงนี้
ตัวอย่างเรื่องราว: "ตระกร้าของคุณแม่บ้าน"
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกภาพ "คุณแม่บ้าน A" ที่ต้องไปจ่ายตลาดทุกเดือน
ในตระกร้าของคุณแม่ มีของ 5 อย่าง (ที่ต้องซื้อประจำ):
ข้าวสาร 1 ถุง
ไข่ไก่ 1 แผง
น้ำมันเติมรถมอเตอร์ไซค์ 1 ถัง
ค่าเช่าห้อง
ยาสามัญประจำบ้าน
เดือนมกราคม: คุณแม่จ่ายเงินค่าของในตระกร้านี้ทั้งหมด 1,000 บาท (เราให้ค่า CPI เดือนนี้ = 100 คะแนน)
เดือนกุมภาพันธ์: ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ไข่ไก่ขาดตลาด
คุณแม่ไปซื้อของเดิมเป๊ะๆ แต่คราวนี้ต้องควักเงินจ่าย 1,050 บาท
แปลว่า CPI เพิ่มขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์ก็จะประกาศว่า "เกิดเงินเฟ้อ 5%" (เพิ่มมา 50 บาทจาก 1,000)
🏷️สรุป: CPI ไม่ได้ดูราคาสินค้าชิ้นเดียว แต่ดู "ราคารวมทั้งตระกร้า" เพื่อสะท้อนชีวิตจริงของเราที่สุดครับ
________________________________
________________________________
________________________________
🔗Reference : Gemini
ใน Level 1 เราคุยกันว่า "เงินเฟ้อ" คือการที่ของแพงขึ้น ใช่ไหมครับ? แต่คำถามคือ... "เขารู้ได้ยังไงว่าของแพงขึ้น? เขาเอาอะไรมาวัด?"
คำตอบคือเขาใช้เครื่องมือที่เรียกว่า CPI นี่แหละครับ มาทำความรู้จักกันแบบง่ายที่สุดในโลกเลยครับ
________________________________
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม🚀
ของแต่ละอย่างสำคัญไม่เท่ากัน: ในการคำนวณ CPI เขาจะมีการ "ถ่วงน้ำหนัก" (Weight) ด้วยครับ เช่น เขาให้ความสำคัญกับ "ค่าน้ำมัน" และ "ค่าที่พักอาศัย" เยอะมาก เพราะคนเราเสียเงินกับเรื่องพวกนี้เยอะ
ถ้าน้ำมันขึ้นราคา CPI จะพุ่งแรงมาก
แต่ถ้าไม้จิ้มฟันขึ้นราคา CPI แทบไม่กระดิก เพราะคงไม่มีใครหมดตัวเพราะซื้อไม้จิ้มฟัน
ทำไมต้องมี Core CPI (Level ต่อไป): เพราะบางที "น้ำมัน" กับ "อาหารสด" ราคามันเหวี่ยงแรงรายวัน (เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง) จนทำให้กราฟ CPI มันแกว่งเกินไป นักเศรษฐศาสตร์เลยต้องมีอีกตัววัดนึงที่ตัดพวกนี้ออก... ซึ่งนั่นคือหัวข้อถัดไปของเราครับ🐻
