2.Inflation Rate: อัตราเงินเฟ้อ คืออะไร?
MACRO ECONOMIC INDICATORS
5/8/20241 min read


Inflation Rate (อัตราเงินเฟ้อ) คืออะไร?
นิยามสั้นๆ: คือตัวเลขที่บอกว่า "ข้าวของแพงขึ้นกี่ %" เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
แต่ความหมายที่แท้จริงที่นักลงทุนต้องรู้คือ: "อำนาจในการซื้อของเงินเรา ลดลงไปเท่าไหร่"
ถ้าเงินเฟ้อ = 3% แปลว่าของราคา 100 บาทในปีที่แล้ว ปีนี้คุณต้องใช้เงิน 103 บาทเพื่อซื้อของชิ้นเดิม
เงินคุณมีตัวเลขเท่าเดิม แต่มูลค่าจริงมัน "หดลง" ครับ
ทำไมถึงเกิด? สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง?
เงินเฟ้อไม่ได้อยู่ดีๆ ก็โผล่มาครับ มันมีที่มาหลักๆ 2 แบบ (จำง่ายๆ ว่า "คนแย่งซื้อ" กับ "ต้นทุนพุ่ง")
แบบที่ 1: Demand-Pull Inflation (เงินเฟ้อจากแรงซื้อ)
อาการ: เศรษฐกิจดีจัด คนรวยขึ้น มีเงินเยอะ ก็เลยแย่งกันซื้อของ แต่ของผลิตไม่ทัน
ผล: พ่อค้าเห็นคนอยากได้เยอะ ก็เลย "ขึ้นราคา" สิครับ รออะไร
ตัวอย่าง: ช่วงโควิดหายใหม่ๆ คนอัดอั้น อยากเที่ยว ตั๋วเครื่องบินแพงหูฉี่ เพราะคนแย่งกันบิน
แบบที่ 2: Cost-Push Inflation (เงินเฟ้อจากต้นทุน)
อาการ: เศรษฐกิจอาจจะไม่ได้ดี แต่ "ต้นทุนการผลิต" ดันแพงขึ้น เช่น ราคาน้ำมันโลกพุ่ง, ค่าแรงขึ้น, หรือวัตถุดิบขาดแคลน
ผล: พ่อค้าแบกต้นทุนไม่ไหว จำใจต้อง "ขึ้นราคา" เพื่อให้ร้านอยู่รอด
ตัวอย่าง: สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้น้ำมันแพง -> ค่าขนส่งแพง -> ผักผลไม้ในตลาดเลยแพงขึ้นตาม
มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจ?
หลายคนคิดว่า "ของถูกสิดี เงินเฟ้อต้องเป็น 0% สิ" ... ผิดครับ! ระบบเศรษฐกิจที่ดีต้องมีเงินเฟ้อ "อ่อนๆ" (เช่น 2%)
ถ้าเงินเฟ้อพอดี : คนจะรีบใช้เงิน (เพราะกลัวเดี๋ยวแพงขึ้น) -> บริษัทขายของได้ -> จ้างงานเพิ่ม -> เศรษฐกิจหมุนเวียน
ถ้าเงินเฟ้อสูงเกินไป (เช่น >5%): ข้าวของแพงบรรลัย ค่าครองชีพพุ่ง คนเดือดร้อน (เหมือนที่เราเจอช่วงปี 2022-2023)
ถ้าเงินฝืด (เงินเฟ้อติดลบ): อันนี้น่ากลัวสุด คือของถูกลงเรื่อยๆ คนจะ "ไม่ยอมใช้เงิน" (รอซื้อพรุ่งนี้ถูกกว่า) -> บริษัทเจ๊ง -> คนตกงาน (เศรษฐกิจหยุดชะงัก)
ตัวอย่างเรื่องราว: "ก๋วยเตี๋ยวเรือ กับ แบงก์ร้อยที่เล็กลง"
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองจินตนาการถึง "นาย A" กับ "ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าแจ๋ว" นะครับ
ปี 2020:
นาย A มีเงิน 100 บาท
ก๋วยเตี๋ยวชามละ 25 บาท
ผลลัพธ์: นาย A กินก๋วยเตี๋ยวได้ 4 ชาม จนอิ่มแปล้
ปี 2025 (เกิดเงินเฟ้อ):
ค่าแก๊สแพงขึ้น, หมูแพงขึ้น, ค่าเช่าที่แพงขึ้น (Cost-Push)
ป้าแจ๋วต้องขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยวเป็นชามละ 50 บาท
นาย A ยังมีเงิน 100 บาท เท่าเดิม
ผลลัพธ์: นาย A กินก๋วยเตี๋ยวได้แค่ 2 ชาม! (ไม่อิ่มแล้ว)
________________________________
________________________________
________________________________
🏷️สรุป: แบงก์ 100 ของนาย A ยังเป็นกระดาษใบเดิม สีเดิม แต่ "ความสามารถในการเสกความอิ่ม" (Purchasing Power) หายไปครึ่งหนึ่ง นี่แหละครับคือฤทธิ์เดชของ Inflation
________________________________
🔗Reference : Gemini
